วัดสุนทรธรรมทานเป็นวัดราษฎร์ มีชื่อเรียกเดิม ๒ ชื่อคือ วัดแค และ วัดสนามกระบือ ที่มาของชื่อ วัดแค สันนิษฐานว่า เพี้ยนมาจากคำว่า วัดแค่ ซึ่งแปลว่า วัดใกล้ ๆ ตามสำเนียงพูดของคนปักษ์ใต้ที่อาศัยอ่ยู่ในบริเวณนี้ ส่วนชื่อ วัดสนามกระบือ เพราะวัดตั้งอยู่ในบริเวณที่เริยกกันว่า ตำบลสนามกระบือ ในสมัยรัชกาลที่ ๓ ทรงพระกระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานที่ดินบริวณนี้ให้เป็นที่ตั้งบ้านเรือนของชาวไทยและมุสลิม ซึ่งอพยพมาจากภาคใต้ มีตำนานว่า พระยาจ่าแสนยากร ได้พบพระพุทธรูปจมอยู่ใต้น้ำที่ตำบลบางคอแหลม จึงอุทิศบ้านให้เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูป และได้สร้างเป็นวัด ขึ้ในเวลาต่อมา พระยาสมบัติยาภิบาล ได้ถวายบ้าและที่ดินให้วัดอีก ในสมัยรัชกาลที่ ๔ พระเจ้าบระมวงศเธอ กรมหมื่น สุนทรธิบดี พระราชโอรสในรัชกาลที่ ๓ และ พระธรรมทานาจารย์ เจ้าอาวาส วัดสระเกศวรมหาวิหาร ร่วมกันบูรณะปฏิสังขรณ์ วัดได้รับพระราชทานนามใหม่ จากการนำพระนามของทั้งสองท่านมารวมกัน เป็น วัดสุนทรธรรมทาน พระอุโบสถมีลักษณะเป็นสถาปัตยกรรมทรงไทย มีชานกำแพงแก้วล้อมรอบ หลังคาลด ๓ ชั้น บานประตูหน้าต่างแกะสลักลงรักปิดทอง

 

ประวัติความเป็นมา

วัดสุนทรธรรมทานมีประวัติความเป็นมาตั้งแต่สมัยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 กล่าวถึงเจ้าพระยาแสนยากรข้าราชการในกรมพระราชวังหน้าท่านได้เดินทางสัญจรทางน้ำไปทางตำบลคอแหลม บังเอิญสังเกตเห็นร่องน้ำวนขนาดใหญ่ผิดปกติจึงให้ผู้ติดตามลงไปสำรวจ พบว่าเป็นพระพุทธปฏิมาไม่เปียกน้ำเป็นที่น่าอัศจรรย์ ลักษณะพระพุทธรูปองค์นี้ค่อนข้างแปลกประหลาดตรงที่องค์พระพุทธรูปมีท่อนบนเพียงราวนมและท่อนล่างถึงโคนขา แต่ด้วยแรงศรัทธาเจ้าพระยาแสนยากรจึงนำกลับมาบูชาไว้ที่บ้าน ณ ตำบลสนามควายชาวบ้านแตกตื่นจึงแห่กันมากราบไหว้นมัสการด้วยความเลื่อมใสความปรากฏในภายหลังว่าเจ้าพระยาแสนยากรได้อุทิศที่ดินและบ้านของตนให้เป็นวัดประดิษฐานพระพุทธรูปองค์นี้สืบไป

 

ปูชนียสถานและปูชนียวัตถุสำคัญ

พระอุโบสถ

พระอุโบสถหลังใหม่ก่อสร้างแทนหลังเดิมที่ชำรุดทรุดโทรม ภายในประดิษฐาน “พระพุทธสุนทรมุนี” องค์พระประธานหน้าตักกว้าง 4 ศอก มีซุ้มเรือนแก้วประดับแบบพระพุทธชินราชลงรักปิดทองประดิษฐานอยู่บนฐานชุกชีหินอ่อน ภายนอกเป็นชานกำแพงแก้วประดับมุกด้านหน้าและด้านหลังโดยรอบพระอุโบสถ

 

วิหารคด

ภายในวิหารคดตกแต่งด้วยดวงดาวปิดทองล่องชาด บริเวณผนังปรากฏภาพปูนปั้นวิถีชีวิตมนุษย์ตั้งแต่เกิดจนถึงขั้นนิพพาน หน้าบันทั้ง 3 ด้าน ประดับภาพปูนปั้นลายไทยปิดทองล่องชาดแสดงภาพพุทธประวัติพระพุทธเจ้าขณะประสูติ ตรัสรู้ และปรินิพพาน

 

วิหารหลวงพ่อบารมี

 

“หลวงพ่อบารมี” เป็นพระพุทธรูปคู่บุญบารมีกับวัดสุนทรธรรมทานมากว่า 50 ปี มีประวัติว่าสมัยก่อนพระพุทธรูปองค์นี้ประดิษฐานอยู่ใต้ต้นโพธิ์ใหญ่ใกล้กับพระอุโบสถ ครั้งหนึ่งเกิดพายุพัดเอาต้นโพธิ์โค่นล้มลงมาตั้งแต่มิได้ทับองค์พระเป็นที่น่าอัศจรรย์ ชาวบ้านจึงพากันมากราบไหว้บูชาจนเป็นที่เลื่อมใสแก่พุทธศาสนิกชนตลอดมา กระทั่งปีพ.ศ.2511 จึงได้ทำการอัญเชิญพระพุทธรูปหลวงพ่อบารมีไปประดิษฐานยังวิหารอย่างถาวร

 

อนุสรณ์พระราชธรรมวิจารณ์ (ธูปเขมะศิริ)

 

พระราชธรรมวิจารณ์ (ธูป เขมะศิริ) อดีตเจ้าอาวาสวัดสุนทรธรรมทานเดิมชื่อ ธูปเกิดเมื่อวันที่ 11 เมาษายน พ.ศ.2441 เป็นชาว พระนครศรีอยุธยาโดยกำเนิด เข้ารับการอุปสมบทเป็นพระภิกษุเมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ.2463 ท่านได้รับการแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสวัดสุนทรธรรมทานตั้งแต่ พ.ศ.2470 ตลอดเวลาที่ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสท่านเป็นผู้บุกเบิกพัฒนาวัดสุนทรธรรมทานมาตลอดจนสิ้นอายุขัยในวันที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ.2533 สิริอายุรวม 92 ปี 3 เดือน 28 วัน

 

ข้อมูลน่าสนใจ

ชื่อ : วัดสุนทรธรรมทาน หรือ วัดแคนางเลิ้ง

ที่อยู่ : 216 ถนนพะเนียง แขวงโสมนัส เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพฯ 10100

โทรศัพท์: 0-2628-1539

เวลาเปิด-ปิด: 06.00-18.00 น.

การเดินทาง: รถโดยสารประจำทางสาย 60, ปอ.60