ข่าว IT ล่าสุด
ถูกใจอย่าลืม Like Fanpage
ขำๆ
แสดงแล้ว 3968 ครั้ง /
มีนาคม 11, 2010, 01:14:12

limited_

ออฟไลน์ ( เวรย่อมระงับด้วยการไม่จองเวร สาธุ สาธุ )
กระทู้ : 614
คะแนนขอบคุณ : 13
เคยเจอแบบนี้ไหมครับ

จุดพักมอเตอร์เวย์ ตอน ตีสองครึ่ง


ปวดขี้สุดๆ เข้าไปในห้องน้ำ นั่งทันที ปิดประตู ปัง

สักพักมีคนเข้ามานั่งห้องข้างๆ

แล้วก็มีเสียงลอดมา

ชายนิรนามห้องข้างๆ "สวัสดี เป็นไงมั่ง สบายดีไหม?"

ผม นึกในใจ อืม อะไรของมันเอาวะใจดีสู้เสือตอบไป "เอ่อ สบายดีครับ สวัสดีครับ"

ชายนิรนามถามต่อ " ทำอะไรอยู่ล่ะ"

ผม เอ่อ จะให้ ทำอะไรฟะ นั่งอยู่ในส้วม " เอ่อ ก็รู้ๆกันอยู่นะครับ "

ชายนิรนามถามอีก " นอนดึกนะเนี่ย ไม่หลับไม่นอน จะไปไหนเนี่ย"

ผม อืม แปลกดีวุ้ยมีชวนคุย " เออ ไป ตราดครับ ต้องไปงานแต่งตอนเช้า"

แล้วชายนิรนามก็พูดประโยคที่ทำให้ผมช๊อคมาก

" เฮ้ย แค่นี้ก่อนนะ ห้องข้างๆ มันเป็นอะไรไม่รู้ พูดตอบมาตลอดเลย "


limited_

ออฟไลน์ ( เวรย่อมระงับด้วยการไม่จองเวร สาธุ สาธุ )
กระทู้ : 614
คะแนนขอบคุณ : 13
มีนาคม 11, 2010, 01:16:21
!!อะไรเอ่ย!!

limited_

ออฟไลน์ ( เวรย่อมระงับด้วยการไม่จองเวร สาธุ สาธุ )
กระทู้ : 614
คะแนนขอบคุณ : 13
มีนาคม 11, 2010, 01:18:09
อันนี้เห็นว่าขำดีนะครับ   เอามาแบ่งปันกันอ่าน

อ่านแล้วเข้าใจว่าผู้เขียนคงจะเป็นพระที่อารมณ์ดีมาก เขียนได้ดีเลยส่งมาให้อ่านด้วยกัน


ข้อปฏิบัติในการใส่บาตร

1. นิมนต์พระ
หลังจากที่เราเตรียมสำรับกับข้าวเรียบร้อยแล้ว เราก็ยืนรอพระที่จะเดินบิณฑบาตผ่านมา
การยืนรอพระในขั้นตอนนี้ ควรศึกษาให้ดีเสียก่อนว่า เส้นทางนี้มีพระเดินผ่านหรือไม่
ไม่ใช่ว่าไปรอบนทางสายเปลี่ยวที่ไม่มีพระเดินผ่าน คงไม่ได้ใส่กันพอดี
รอซักพัก พอมีพระเดินมาก็นิมนต์ท่าน
การนิมนต์ ก็ควรใช้คำว่า "นิมนต์ครับ/ค่ะท่าน" แค่นี้พระท่านก็ทราบแล้ว
ตอนเป็นพระเคยเดินบิณฑบาตที่ตลาดเขมร โยมนิมนต์ด้วยถ้อยคำอันรื่นหูว่า "ท่านเจ้าประคุณเจ้าคะ
นิมนต์เจ้าค่ะ" (ใช้คำไฮโซมาก)
มีอีกทีนึงโยมใช้คำว่า "นิมนต์เจ้าค่ะ พระอาจารย์" (เอ่อ โยม อาตมาเพิ่งบวชอาทิตย์เดียว)
การนิมนต์พระควรนิมนต์ด้วยความสำรวมและใช้เสียงดังพอประมาณ
โยมบางคนเรียกพระด้วยเสียงอันดัง "นิ โมนน!!" (แง้ ทำไมต้องตะคอกด้วย - -")
การนิมนต์ควรสังเกตอายุของพระด้วย
ถ้าอายุน้อยกว่าเราหรือว่าเยอะกว่าไม่มากก็เรียกว่าหลวงพี่ ถ้ามีอายุหน่อยก็เรียกหลวงน้า ถ้าแก่พรรษา
มากก็เรียกหลวงตา หรือนอกจากนี้ก็อาจจะเรียกหลวงอา หลวงลุง หลวงปู่ฯลฯ แล้วแต่จะลำดับญาติ
อย่างฉันปีนี้อายุ ๒๓ ปี หน้าตาค่อนข้างเด็ก แต่เคยมีโยมใช้คำว่า "นิมนต์ค่ะ หลวงลุง" ทำเอาเสีย
self จนอยากสึกออกไปทำ baby face
โยมบางคนคงเขินอายพระ เนื่องจากไม่ค่อยได้ใส่บาตรเท่าไร เวลาพระเดินมาก็ยื่นมือออกมาทำท่า
กวักๆ ทำเหมือนพระเป็นรถเมล์
หลังจากนิมนต์พระ ก็เข้าสู่ขั้นตอนถัดไปคือ

2. จบ
อันนี้ไม่ได้หมายความว่าเรื่องจบแล้วนะ
การจบ หมายถึง การเอามาทูนไว้ที่หัวแล้วอธิษฐาน
การจบ ควรใช้เวลาอธิษฐานแต่พองาม ไม่ต้องอธิษฐานนานจนเกินไป
เคยมีโยมนิมนต์ไปรับบาตร ไอเราก็เดินไปเปิดฝาบาตรรอรับ โยมก็จบอยู่ ขอบอกว่านานมากกกกกกก
นานจนรู้สึกได้ นานจนอดคิดไม่ได้ว่า "โยมขออะไรเราน้า?"

3. ถอดรองเท้า ยืนด้วยเท้าเปล่า
จริงๆแล้ว จุดประสงค์ของการถอดรองเท้าคือเป็นการให้ความเคารพพระสงฆ์โดยการไม่ยืนสูงกว่าท่าน
เพราะเวลาพระสงฆ์บิณฑบาตจะเดินเท้าเปล่า แต่มีญาติโยมบางคนไม่เข้าใจเกี่ยวกับการถอดรองเท้าซึ่ง
มีหลายประเภทเหมือนกัน เช่น
บางคนถอดรองเท้าอย่างเรียบร้อยแต่ยืนบนรองเท้า - -" (สูงกว่าเดิมอีก)
บางคนถอดรองเท้าและยืนบนพื้นจริง แต่ว่าตัวเองยืนบนฟุตบาท พระยืนบนพื้นถนนซะงั้น (หนักกว่าเก่า)
เคยมีเรื่องเล่าว่า มีโยมคนนึงยืนใส่บาตรพระ พระเห็นว่าโยมใส่รองเท้าเลยแนะนำโยมไปว่า
พระ : "โยม อาตมาว่าโยมควรถอดรองเท้าใส่บาตรนะ"
โยมมีสีหน้าตกกะใจ ตอบพระไปว่า
โยม : เอ่อ จะดีเหรอคะ
พระ : ไม่เป็นไรหรอกโยม
โยมก็จัดแจงถอดรองเท้า ยกขึ้นมาพร้อมกับถามพระว่า
โยม : จะให้ใส่ข้างเดียวหรือว่าสองข้างเลยคะ
อิบ้า!! ท่านหมายถึงถอดรองเท้าเวลาใส่บาตร ไม่ใช่ถอดรองเท้าเอามาใส่ในบาตร
อันนี้เป็นเรื่องที่หลวงน้าท่านนึงเล่าให้ฟังระหว่างฉันเพล (เรื่องขำขันขณะฉันเพล)
พอถอดรองเท้าเสร็จก็เข้าสู่ขั้นตอนที่สี่

limited_

ออฟไลน์ ( เวรย่อมระงับด้วยการไม่จองเวร สาธุ สาธุ )
กระทู้ : 614
คะแนนขอบคุณ : 13
มีนาคม 17, 2010, 12:32:28
ผมเคยไปกินข้าวที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง
ผม สังเกตเห็นว่าบริกรที่มารับออร์เดอร์มีช้อนอยู่ในกระเป๋าเสื้อ
พอผมมองไป ทั่วๆจึงเห็นว่าบริกรในร้านมีช้อนอยู่ในกระเป๋าเสื้อกันทุกคน
ด้วยความ สงสัยผมจึงถามเขาดู
"ขอถามหน่อยเถอะมีไว้ทำไมเนี่ยเห็นมีกันทุกคนเลย"
"ช้อน นี่หรือครับ"
"เจ้าของร้านเขาจ้างบริษัทที่ปรึกษามาเพิ่มประสิทธิภาพ การทำงานของพนักงานน่ะครับ
เขาเก็บข้อมูลอยู่หลายเดือนแล้วก็บอกว่า
ลูกค้า จะทำช้อนตกมากว่าอย่างอื่นถึง ๗๓.๘๔%
ซึ่งตกประมาณ ๓ ครั้งต่อโต๊ะต่อชั่วโมง
ซึ่งถ้าพนักงานเราเตรียมการไว้ก่อนก็จะสามารถลด จำนวนครั้งที่จะต้องเดินกลับไปที่ครัว
และก็สามารถลดพนักงานที่ใช้ลงได้ ๑ คนต่อกะ"
พอเขาพูดเสร็จผมก็ได้ยินเสียงช้อนหล่นอยู่หลังผม
บริกรที่ คุยอยู่กับผมก็หยิบช้อนในกระเป๋าเสื้อส่งให้ใหม่แล้วบอกว่า
"ผมจะหยิบ อันใหม่เมื่อผมผมกลับไปที่ครัวแทนที่จะรีบเข้าไปหยิบในครัวเดี๋ยวนี้"
ผม รู้สึกประทับใจมาก
และเมื่อผมมองดูรอบๆอีกครั้งผมก็สังเกตเห็นด้ายเส้น เล็กๆห้อยออกมาจากช่องซิปกางเกงของ
บริกรทุกคน ด้วยความสงสัยผมจึงถามบริกรคนเดิมอีกครั้ง
"รบกวนอีกทีเถอะ ทำไมถึงต้องมีด้ายห้อยออกมาจากตรงนั้นด้วย"
"โอ้โฮเฮะ" เขาดูตื่นเต้นมาก "ผมไม่เคยเจอใครช่างสังเกตอย่างคุณเลยนะครับ
จริงๆ แล้วไอ้นี่ก็เป็นผลงานของบริษัทที่ปรึกษาเจ้าเดิมนั่นแหละ
เขาบอกว่ามัน ทำให้เราสามารถประหยัดเวลาที่ใช้ตอนเข้าห้องน้ำได้"
"ประหยัดได้ไง" ผมสงสัย
"ก็..." เขาอธิบาย "เราผูกด้ายนี่เข้ากับปลายไอ้นั่น คุณคงเข้าใจนะครับ แล้วพอจะฉี่เราก็แค่ดึงด้วยนี่ออกมามือก็ไม่เลอะ มันก็ประหยัดเวลาที่ต้องล้างมือไปได้
เขาว่ามันทำให้ประหยัดเวลาที่ต้อง ใช้ในห้องน้ำลงไปตั้ง ๗๖.๓๙% แน่ะ"
"อืม... ร้ายจริงๆ" ผมรู้สึกทึ่ง
"ว่า แต่ว่าไอ้ด้ายนั่นช่วยตอนเอาออกมา แล้วตอนเก็บเข้าไปล่ะจะทำไง?"
"เอ่อ..." เขากระซิบ
"ผมก็ไม่รู้ว่าคนอื่นเขาทำกันยังไง แต่ผมน่ะ...ใช้ช้อน"

Moshi

ออฟไลน์
กระทู้ : 16,996
คะแนนขอบคุณ : 45
it4x สังคมแห่งการเรียนรู้
มีนาคม 17, 2010, 13:17:53
กำ ใช้ช้อนซะงั้น 55

 

ด้วยฟังค์ชั่น ตอบด่วน คุณสามารถใช้โค๊ดและ เครื่องหมายแสดงอารมณ์ได้ เหมือนการตั้งกระทู้ธรรมดา แต่สามารถทำได้สะดวกกว่า

ระวัง: หัวข้อนี้ไม่มีการอัพเดทมานานถึง 120 วัน

แจ้งเตือน: โพสของคุณจะไม่แสดงจนกว่าผู้ดูแลจะอนุมัติ.
ชื่อ: อีเมล์: